สังคมและวัฒนธรรม

Want create site? Find Free WordPress Themes and plugins.

ซัมซัม : ของขวัญจากอัลลอฮฺ แก่บรรดาผู้ศรัทธา

สังคมและวัฒนธรรม

ซัมซัม : ของขวัญจากอัลลอฮฺ  แก่บรรดาผู้ศรัทธา บันทึกการตรวจสอบและทดสอบ โดย ฏอรีก ฮุซเซน และมุอีนุดดีน อะหมัด บรรจง บินกาซัน แปล           เมื่อช่วงเวลาแห่งการทำฮัจญ์เวียนมาถึงครั้งใด มันเตือนให้ผมนึกถึงความมหัศจรรย์แห่งน้ำซัมซัมทุกที สิ่งที่กลายเป็นความทรงจำของผมนี้เริ่มต้นในปี ค.ศ.1971 โดยการที่มีหมอชาวอียิปต์คนหนึ่งได้เขียนจดหมายไปเล่าให้หนังสือพิมพ์ยุโรปว่าน้ำซัมซัมไม่เหมาะสำหรับดื่ม           เดิมทีผมคิดว่านี่เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของความอคติที่มีต่อมุสลิมและคำพูดของหมอผู้นี้อาจจะอาศัยเหตุผลมาจากความคิดที่ว่าก๊ะอฺบ๊ะฮฺเป็นสถานที่ต่ำ(ใต้ระดับน้ำทะเล)และตั้งอยู่ในใจกลางเมืองมักก๊ะฮฺ  น้ำเสียทั้งหลายของเมืองจะไหลมารวมกันในบ่อน้ำแห่งนี้ โชคดีที่กษัตริย์ไฟซอลแห่งซาอุดิอารเบียได้ยินข่าวนี้ พระองค์จึงโกรธเป็นอย่างมากและต้องการที่จะลบล้างคำพูดยั่วยุของหมอชาวอียิปต์คนนั้น...

จะปฏิบัติต่อพ่อแม่อย่างไรเมื่อพ่อแม่ไม่พอใจที่เราเข้ารับอิสลาม ?

สังคมและวัฒนธรรม

คนที่เข้ารับอิสลามและไม่ถูกพ่อแม่ต่อต้านนั้นถือว่าเป็นผู้โชคดี  แต่มิใช่ว่าทุกคนที่เข้ารับอิสลามจะโชคดีเช่นนั้นเสมอไป เพราะบางคนถูกพ่อแม่แอนตี้จนลำบากใจในการที่จะดำรงชีวิตมุสลิม ความจริงแล้ว เรื่องเช่นนี้มิใช่เพิ่งจะมีในปัจจุบัน หากแต่มีมานานแล้ว แม้แต่ในสมัยของท่านศาสดามุฮัมมัดเอง สำหรับคนที่เจอปัญหาพ่อแม่ไม่พอใจที่ตัวเองเข้ารับอิสลาม ลองอ่านเรื่องราวจากบทความนี้ดู เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยในการปฏิบัติต่อพ่อแม่ของตนซึ่งถือว่าเป็นผู้มีพระคุณสูงสุดในบรรดามนุษย์ด้วยกัน ครั้งหนึ่ง แม่ของซะด์ บิน อบีวักกอศ สาวกคนหนึ่งของท่านศาสดามุฮัมมัดสาบานว่านางจะไม่พูดกับเขาและนางจะไม่กินและไม่ดื่มจนกว่าเขาจะเลิกนับถืออิสลาม นางหยิบยกเอาคำสอนของอิสลามมากล่าวอ้างว่า “อัลลอฮฺได้สั่งเจ้าให้เชื่อฟังพ่อแม่  ฉันเป็นแม่ของเจ้า  ดังนั้น เจ้าจะต้องเชื่อฟังฉัน”  หลังจากนั้น...

ริษยา : โรคร้ายที่ทำลายความดี

สังคมและวัฒนธรรม

หากศึกษากันให้ลึกๆแล้ว เราจะพบว่าเหตุการณ์และเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นกับมนุษย์บนโลกนี้ล้วนมีสาเหตุมาจากอารมณ์ภายในจิตใจของมนุษย์ทั้งสิ้น ที่ต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันทุกวันนี้ก็มิเพราะความอิจฉาริษยา ความโลภและความอยากได้ใคร่มีเหนือกว่าคนอื่นกระนั้นหรือ ? ลำพังความอิจฉายังถือว่าเป็นเรื่องที่พอรับได้ เพราะอิจฉาแปลว่าความต้องการหรือความปรารถนาซึ่งมนุษย์ต่างก็มีด้วยกันทั้งนั้น และความต้องการนี้เองที่ผลักดันให้มนุษย์ดิ้นรนขวนขวายเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ตัวเองต้องการ แต่ถ้าความอิจฉามีความริษยาติดตามมาด้วย ความเสียหายก็จะติดตามมาทันที    เพราะความริษยาหมายถึงความไม่ต้องการให้คนอื่นได้ดีหรือเมื่อเห็นคนอื่นได้ดีแล้วทนอยู่ไม่ได้และคิดที่จะทำลายคนที่ตัวเองริษยา ซาตาน ต้นตำนานความริษยา             ในคัมภีร์กุรอานมีคำบอกเล่าให้เราทราบว่าเมื่อพระเจ้าทรงสร้างอาดัมขึ้นมาพร้อมกับประทานความสามารถต่างๆให้แล้ว พระองค์ยังได้ทรงสอนความรู้ต่างๆให้แก่อาดัมอีกด้วย ทั้งนี้เพราะพระองค์ทรงต้องการให้อาดัมเป็นตัวแทนของพระองค์บนหน้าแผ่นดิน ด้วยความรู้ที่อาดัมได้รับนี้เอง พระเจ้าจึงได้ทรงบัญชาให้ทุกสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างมายอมสิโรราบต่ออาดัม ซึ่งหมายความว่านับแต่นี้ต่อไป ทุกสรรพสิ่งจะต้องยอมสยบอยู่ภายใต้ความรู้ที่พระเจ้าประทานแก่มนุษย์ คัมภีร์กุรอานเล่าต่อไปว่าทุกสรรพสิ่งยอมสิโรราบต่อมนุษย์หมด ยกเว้นซาตานมารร้ายที่ไม่ยอมทำตามเพราะมันทะนงตนว่ามันถูกสร้างมาจากไฟ...

ทฤษฎีวิวัฒนาการกับหลักฐานเท็จ : หายนะทางความคิดของเด็กไทย

สังคมและวัฒนธรรม

          หลังจากที่ประเทศตะวันตกแยกตัวออกจากศาสนจักรและพัฒนาวิชาการด้านวิทยาศาสตร์จนเจริญก้าวหน้าแล้ว ประเทศตะวันตกได้พยายามใช้วิทยาศาสตร์ทำลายความเชื่อทางศาสนาด้วย หนึ่งในความเชื่อทางศาสนาที่นักวิทยาศาสตร์วัตถุนิยมสมัยใหม่เจตนาจะทำลายก็คือความเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างมนุษย์ซึ่งเป็นความเชื่อพื้นฐานของศาสนา สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่พยายามนำเสนอต่อโลกก็คือทฤษฎีวิวัฒนาการที่มีรากฐานมาจากชาร์ลส ดาร์วินซึ่งถูกนำมาต่อยอดแบบรวบรัดว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการมาจากลิง เป็นเวลาประมาณ 200 ปีแล้วนับตั้งแต่ชาร์ลส ดาร์วิน นำเสนอทฤษฎีนี้ แต่จนปัจจุบันก็ยังไม่มีหลักฐานจากซากฟอสซิลที่ชัดเจนเป็นตัวเป็นตนมาสนับสนุนเรื่อง“คนครึ่งลิง”ที่สื่อและพวกนักทฤษฎีวิวัฒนาการพยายามจะยัดเยียดให้คนเชื่อมาอย่างไม่หยุดหย่อน ถึงแม้พวกนักทฤษฎีวิวัฒนาการจะวางท่ายืนถือแปรงสร้างรูปภาพสิ่งมีชีวิตตามจินตนาการของตัวเองขึ้นมาก็ตาม แต่เนื่องจากไม่มีซากฟอสซิลใดที่แก้ปัญหาสำคัญให้คนพวกนี้ได้  ดังนั้น วิธีการหนึ่งที่คนพวกนี้นำมาใช้ในการที่จะเอาชนะปัญหานี้ก็คือการสร้างฟอสซิลปลอมขึ้นมา ...

ความมั่งคั่งมิได้หมายถึงความมั่นคง

สังคมและวัฒนธรรม

บทเรียนที่ได้จากประวัติศาสตร์ บรรจง บินกาซัน ความมั่งคั่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ไขว่คว้าหากันโดยคิดว่ามันจะทำให้ชีวิตของตนเองมีความมั่นคงและสมบูรณ์พูนสุข  ดังนั้น ตลอดระยะเวลาแห่งประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เราจึงได้เห็นว่ามนุษย์ส่วนใหญ่ต่างทุ่มเทเวลาเพื่อแสวงหาความมั่งคั่งทางวัตถุมาโดยตลอด มาในสมัยปัจจุบัน รัฐบาลของประเทศต่างๆก็พยายามหาทางสร้างความมั่งคั่งให้แก่ประเทศของตนจนถึงกับมีการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อบรรลุถึงความมั่งคั่งทั้งในระยะสั้นและระยะยาวกันมาหลายแผน แต่เท่าที่ผ่านมา เราได้เห็นแล้วว่าขณะที่หลายประเทศ(รวมทั้งประเทศไทยเราเองด้วย)ได้อ้างว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจสามารถสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศในอัตราสูงขึ้นทุกปีนั้น ประชาชนหาได้มีความมั่นคงไม่  ในทางตรงข้าม สังคมของประเทศเหล่านั้นกลับขาดความมั่นคงปลอดภัยทั้งในด้านจิตใจ ครอบครัว การทำงานและศีลธรรมซึ่งเราจะเห็นได้จากคดีอาชญากรรมทางเพศ คดีข่มขืนฆ่า คดีฆาตกรรมและปัญหาสังคมอื่นๆเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนมาจากความเสื่อมทางศีลธรรม  หากปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในสังคมใด มันคือสัญญาณบ่งบอกว่าไม่ช้าสังคมนั้นจะพังทลายในที่สุดไม่ว่าสังคมนั้นจะมั่งคั่งร่ำรวยแค่ไหนก็ตาม ประวัติศาสตร์มีเรื่องราวมากมายที่ยืนยันว่าความมั่งคั่งและความเข้มแข็งทางวัตถุนั้นมิได้เป็นสิ่งที่ทำให้บุคคลและสังคมมีความมั่นคงเสมอไป ชาวษะมูดในแผ่นดินอารเบียเมื่อหลายพันปีก่อนเป็นชนชาติที่ผู้คนมีความมั่งคั่ง เข้มแข็งและมีอำนาจ สามารถสร้างที่อยู่อาศัยโดยการเจาะภูเขาขนาดใหญ่ได้ ด้วยความทะนงหลงตนคิดว่าชาติของตนคงไม่อาจมีใครทำลายได้...

Did you find apk for android? You can find new Free Android Games and apps.